วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

จากที่จัดบูธครั้งก่อน ได้เสนอถึงตารางที่เป็น Icon ต่างๆซึ่งแสดงถึงว่ามนุษย์มีผลกระทบต่อSpace ที่ชื่อว่าโลกอย่างไร มาคราวนี้ก็ได้เปลี่ยนวิธีนำเสนอใหม่เป็นไฟล์วีดีโอเนื้อหาหลักๆยังคงเป็นเช่นเดิม

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2551

Micro & Macro

micro
- เล็ก จุล
macro
- คำสั่งที่ผู้ใช้เขียนขึ้นเอง (ทำให้ต้องทำอีกสิ่งหนึ่งขึ้นมา)
- การถ่ายภาพแบบซูมใกล้มากๆ (กล้อง)
- สิ่งที่ใหญ่
หลังจากเริ่มวิเคราะห์ 2 คำนี้ด้วยกันแล้วจึงลองเอาความหมายมารวมกันซึ่งได้ออกมาว่า


สิ่งที่ถูกมอง, ถูกเห็น, ถูกกระทำ แล้วต้องทำอีกอย่างหนึ่งขึ้นมา


พอได้คำนี้จึงคิดต่อว่าอะไรที่มันเป็นอย่างที่กล่าวไว้คือ
- อะไรที่มีความหมายแฝง
- เห็นแล้วต้องทำสิ่งหนึ่งขึ้นมา
*ภาพ 3 มิติ
เพราะว่าภาพ3 มิติต้องหรี่ตามองจึงจะเห้นภาพที่ซ่อนอยู่ หรือต้องชูนิ้วขึ้นมาแล้วจ้องมองผ่านนิ้ว








- โค้ดที่ต้องใส่เวลาเข้าบางเวป




ส่วนอย่างอื่นกำลังอยู่ในขั้นตอนการทดลองอยู่...



วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2551

เกี่ยวกะหนังสือ Wabi-Sabi.

Wabi Sabi

เขียนถึงเรื่องที่ยากที่สุดของวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างเรียบง่ายแต่ลุ่มลึก เป็นศิลปะหยั่งลึกสู่เซ็นเป็นการนำเสนอ
ความคิด ความเข้าใจชีวิตผ่านศิลปะ คือความงามของสรรพสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ ไม่คงทนถาวร และไม่เสร็จสมบูรณ์
คือความงามของวัตถุสิ่งของที่สงบเสงี่ยมอ่อนน้อม คือความงามของวัตถุที่ไม่ยึดติดในคติแบบไหน


Chapter 1 - What is Wabi-Sabi?
Chapter 2 - Give space a change
Chapter 3 - U've got the look (ไม่แน่ใจชื่อ)
Chapter 4 - Hands on
Chapter 5 - the sound of silence
Chapter 6 - Practice makes imperfect
Chapter 7 - Wabi-Sabi balance

สำหรับ Chapter 1
Six easy step to awakening your wabi-sabi mind

Give yourself Five minute or quiet
- time each day. If your like it.

Visit Market
- or junk shop. Don't buy anything. just walk around and
note what really appeals to you. Okay, if you see something you must
have, go ahead and take it home.

Take a Daily or weekly walk outdoors.
- Keep mental or writen log of seasonal changes (solor, light, and nature's mood)
that you observe.

Place one flower, Branch, or Stem
- you've found outside your foor in a place where you'll see it every day:
your desk, your beside table, next to the refrigerator. when it catches your
eye, stop for a second or two and admire its singular beauty.

Create a treasure alcove.
- Place something you value (anything you want, from an heirloomtoa stone) in
a special place. Replace it every season, then every month, and everyday.

บางข้อความ, ศัพท์บางคำอาจจดมาผิด



Wabi-Sabi



จาการที่งงๆว่า จะทำอะไรดี ก็เลยเข้ากูเกิ้ลไปหาข้อมูลเยวกับคำว่า Imperfection แล้วก็ไปเจอลิ้งค์เกี่ยวกับหนังสือเล่มนึง
ชื่อว่า Wabi-Sabi ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับศิลปะที่ไม่สมบูรณ์แต่สวยงาม

มันเป็นการซวยอย่างนึงก็ได้ซึ่งในลิ้งค์บอกว่าที่ TCDCมีหนังสือเล่มนี้เราก็ไป TCDC เค้าก็บอกว่า คุณชาญวุฒิเคยมาเข้าไปแล้วนี่ค่ะ
เราก็งงๆ(นึกในใจว่าไหนใครบอกให้เข้าฟรีวะ)แต่เค้าก็ให้เข้าละทำหน้าตูดบอกว่าครั้งต่อไปไม่ได้แล้วนะค่ะ เลยรอดตัวไป(วันนั้นจนหะ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องสมัครสมาชิก)พอเข้าไปหาก็เจอแต่เล่มที่เป็นภาษาอังกฤษ - -
หนังสือเล่มนี้ฉบับที่แปลเป็นไทยที่ TCDC ไม่มี - -
แต่อย่างน้อยก็ได้อ่านกับแอบจดมาบ้าง
พอออกมาจาก TCDC ก็ตรงเข้าไปร้านขายหนังสือถามหา Wabi-Sabi (ไทย) เพราะยืมจาก TCDC ไม่ได้
เค้าก็บอกไม่มี ไปร้านอื่น หรือที่ไหนๆก็ไม่มี - -
เลยกลับมาบ้านแล้วหาในกูเกิ้ลอีกทีก็เห็นเค้าเขียนไว้ว่า ของหมดต้องรอพิมพ์ครั้งต่อไป - -*

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2550

สับสนมากๆ - -


หลังจากที่ได้เสนอเรื่อง การตัดทอน (Reduce)ไปในอาทิตย์ที่แล้วก็งงกะมันมากว่างานมันจะเป็นยังไงต่อไป
จะออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งก็คิดไม่ออก จึงคิดย้อนกลับมาใหม่ถึงต้นเรื่องคือ " คุณค่าและความจำเป็น "
แล้วนำหัวเรื่องนี้มาคิดเปรียบเทียบกับเรื่องสวิตซ์ไฟในอาทิตย์ที่แล้วใหม่ จึงคิดว่าน่าจะเปลี่ยนหัวเรื่องเป็น
" สิ่งที่ถูกมองข้าม " เสียมากกว่า
จากอาทิตย์ที่แล้ว ที่เสนอไป อาจารย์ได้พูดกลับมาว่า จะทำงานนี้เป้นอะไร ซึ่งตอบกลับไปว่า Print AD
ซึ่งก็งงๆกับท่าทีของอาจารย์มากว่า ทึ่งว่าจะทำ Print AD หรือ ประชดว่า จะทำแค่ Print AD เองเหรอ - -
แล้วจึงคิดว่างั้นถ้าเราทำพวกใบปลิว หรือ ป้ายโฆษณา ขึ้นมารณรงค์ให้คนรู้ สิ่งที่ถูกมองข้าม หรือผลเสียที่ไปมองข้ามสิ่งเหล่านี้
ซึ่งคล้ายๆกับการรณรงค์ให้งดสูบบุหรี่ ที่ชี้ให้เห็นถึงผลเสียของการสูบบุหรี่ อะไรประมาณนั้นจึงได้ทดลองทำโปสเตอร์เล่นๆหนึ่งชิ้น

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2550

คิดว่าอาทิตย์นี้ผลิแล้วครับ

รื่องมันมีอยู่ว่าวันศุกร์ที่ผ่านมา ณ.เวลา 22:00 น. ได้มีโอกาสกลับบ้านไปเยี่ยมบุพการี และได้กลับไปสู่มาตุภูมิเก่าในห้องเน่าๆ(ห้องเก็บของ)เพื่อหางานเก่าๆตอนปี1- ปี2 เราก็เปิดประตูเข้าไปปัญหาที่เจอคือห้องมืดมาก!! เราก้อคลำไปทางขวาซึ่งปกติสวิตซ์ไฟจะอยู่ทางขวา แต่ปัญหาที่พบคือคลำหาไม่เจอ - -
เนื่องจากไม่ได้เข้าไปนานมากแล้วทำให้คิดว่า "มนุษย์ทำหลอดไฟขึ้นมาเพื่อให้แสงสว่างยามค่ำคืน และมีสวิตซ์เป็นตัวเปิดไฟ
แล้วถ้าหาสวิตซ์ไม่เจอก็เปิดไฟไม่ได้" มันคือเรื่องปกติที่รู้ๆกันอยู่แต่ก็คิดต่อไปว่าคนประดิษฐ์สวิตซ์เค้าคิดยังไงฟะ ทำไมไม่ทำให้สวิตซ์ไฟเรืองแสงในที่มืด เพราะอย่างที่กล่าวข้างต้นมีหลอดไฟแต่หาสวิตซ์ไม่เจอ แล้วจะมีหลอดไฟทำเกลืออะไร
จึงได้คิดต่อด้วยความฟุ้งซ่านว่า แบบนี้เค้าเรียกว่า " การตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นรึเปล่า " คนผลิตสวิตซ์ก็มีหน้าที่ผลิตอย่างเดียวส่วนผู้บริโภคจะเอาไปใช้อย่างไรไม่สนอย่างนั้นหรือ? แล้วสักพักก็ ปิ๊ง! นึกขึ้นได้ว่ามันเข้ากับ "กฎแห่งความเรียบง่าย"
ของ John Maeda (การลด Reduce) หรืออย่างที่ Bauhaus ทำกันคือการตัดทอนโดยใช้รูปทรงเรขาคณิตเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำหรือเปล่า เพราะถ้าลดวัสดุลงก้อจะได้ต้นทุนต่ำ ขายได้ดีก็โอเคเพราะทุกบ้านต้องใช้สวิตซ์แล้วก็ได้คิดต่อไปอีกว่ามีอะไรอีกที่มันตัดทอนสิ่งที่ควรจะมีออกไป สักพักก็นึกได้ว่ามองไม่เห็นก็ต้องมีไฟฉาย และก็คิดอีกว่าถ้าไฟดับทั้งบ้านมองไม่เห็นไฟฉาย แล้วจะมีไฟฉายทำ...ไร (เข้าแก๊ปเดิมทำไมไม่ทำให้มันเห็นในที่มืด) โดยปกติถ้าไฟดับที่คิดได้อย่างแรกคือ 1. ชิบหายแล้ว 2. ไฟฉายอยู่ไหนวะ จากข้อ2เราก็จะเริ่มเดินหาไฟฉาย ปกติก็จะจำกันได้ว่าไฟฉายวางไว้ที่ไหนแต่เมื่อเดินไปถึงจุดที่วางไฟฉายเราก็ต้องใช้มือคลำๆจนเจออยู่ดี ถ้ามันเรืองแสงคงหาเจอไปนานแล้วไม่เสียเวลาคลำหา นี่เป็นแค่การยกตัวอย่างเล็กน้อยเท่านั้น ยังไม่รวมไปถึงตอนเดินหาไฟฉายแล้วเตะไปโดนขอบโต๊ะ (สงสัยขาโต๊ะก็ต้องเรืองแสง 555+)
ต่อมาไม่นานก็ได้อ่านหนังสือ เล่นแร่แปรธาตุ หน้าที่ 303 เรื่อง "โปรดประดิษฐ์" ทำให้รู้ว่ามีคนที่คิดอย่างที่เราคิดเหมือนกัน (ขอไม่พิมพ์ลงในนี้แล้วกันกลัวมันจะไม่งามทางด้านกฏหมาย) จึงขอพูดย่อๆว่า ผู้ผลิตอาจจะลดหรือตัดทอนผลิตภัณฑ์จนมองข้ามสิ่งที่เรียกว่า "คุณค่าและความจำเป็น"

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

ความคิดทางเรขาคณิต III

ความรู้ทั่วๆไปเกี่ยวกับเรขาคณิต

- รูปปิด หมายถึง รูปที่มีเส้นขอบลากจากจุดเริ่มต้นแล้ววกกลับมาที่จุดเดิมเขตล้อมรอบ ได้แก่



- รูปเปิด หมายถึง รูปที่เส้นขอบลากจากจุดเริ่มต้นแล้วไม่วกกลับมาพบกับจุดเดิม ได้แก่



- รูปเรขาคณิต หมายถึง รูปปิดที่มีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันไป การจำแนกรูปเรขาคณิตที่ไม่เป็นเหลี่ยมนั้นใช้การพิจารณาเส้นขอบของรูป ส่วนรูปเรขาคณิตที่เป็นเหลี่ยมจะจำแนกตามจำนวนด้านหรือจำนวนมุมของรูป



- รูปเรขาคณิต มีหลายชนิด ได้แก่ รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม รูปวงรี เป็นต้น

- รูปสามเหลี่ยม เป็นรูปปิดที่ประกอบด้วยด้าน 3 ด้าน และมีมุม 3 มุม

- รูปสี่เหลี่ยม เป็นรูปปิดที่ประกอบด้วยด้าน 4 ด้านและ มุม 4 มุม

- รูปวงกลม เป็นรูปปิดที่ล้อมรอบด้วยเส้นโค้ง ที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางเป็นระยะทางเท่า ๆ

- รูปวงรี เป็นรูปปิดที่ล้อมรอบด้วยเส้นโค้ง คล้ายวงกลม แต่ขอบวงไม่เหมือนกัน